Home


Bookmark and Share





เหยินเบิ่น เอนไซม์บําบัด | เราคือตัวแทนจําหน่าย เอมไซม์บําบัด เหยินเบิ่น

สรรพคุณ | ช่วยป้องกันและบรรเทาโรคต่างๆช่วยให้ร่างกายฟื้นฟูเสริมสร้างเซลล์ใหม่ให้แข็งแรง

สุขภาพประยุกต์ | ทางเลือก ทางรอด ผู้ที่มีปัญหาสุขภาพ

อาการเจ็บป่วยและโรคต่างๆที่ควรใช้เอมไซม์บําบัดร่วมด้วย
  • ระบบไหลเวียนโลหิต[Circulation]
  • ลดการอักเสบ[Inflammation]
  • กําจัดสิ่งแปลกปลอมในเลือด รวมทั้งสารพิษ[Toxin]
  • โรคเอดส์[AIDS]
  • ท้องขึ้นท้องเฟ้อ จากอาการอาหารไม่ย่อย[Indigestion]
  • โรคต่างๆและอาการไม่สบาย
  • โรคอ้วน
  • การอักเสบต่างๆรวมทั้งการมีบาดแผล
  • อาการอ่อนเพลีย[Chronic Fatigue Syndrome]
  • โรคภูมิแพ้

สนใจสินค้าสามารถติดต่อได้ที่


090 464 1453 , 088 887 9419


ฟังรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่...รายการวิทยุ

AM 1179 เวลา 16.00-16.30 จันทร์-ศุกร์

Promotion พิเศษสุดๆ

สั่งซื้อเอนไซม์เหยินเบิ่น 6 กล่องในบิลเดียว
กาแฟเพื่อสุขภาพ 4 กล่อง




เอนไซม์,เหยินเบิ่น,เอนไซม์เหยินเบิ่น,เอนไซม์บำบัด,yuanban,yuanban enzyme

จากประสบการณ์จริง

Bookmark and Share





















รวมคลิปวีดีโอ เหยินเบิ่น

Bookmark and Share

090 464 1453 , 088 887 9419







สิ่งที่ควรรู้เกี่ยวกับเอนไซม์

Bookmark and Share


สิ่งที่ควรรู้เกี่ยวกับเอนไซม์ คือ |



  • สิ่งมีชีวิตทุกชนิดสร้างเอนไซม์ขึ้นมาใช้เองด้วยความสามารถในการผลิตที่แตกต่างกัน
  • เอนไซม์เป็นตัวเร่งในการย่อยอาหารให้สมบูรณ์ ทำให้ร่างกายได้รับสารอาหารที่มีคุณภาพ ถ้าย่อยได้ไม่ดี ถึงกินอาหารแสนดีก็ไม่เกิดประโยชน์ใดๆทั้งสิ้น
  • เอนไซม์ควบคุมและเร่งปฏิกิริยาเคมีทุกชนิด ถ้าไม่มีเอนไซม์ปฏิกิริยาเคมี จะเกิดช้าจนชีวิตไม่สามารถรอได้
  • เอนไซม์แต่ละชนิดมีหน้าที่เฉพาะตัวและทำปฏิกิริยาเคมีจำเพาะกับสารตั้งต้นที่ถูกกำหนดเท่านั้น เอนไซม์ชนิดย่อยแป้งจะไม่ย่อยโปรตีน เอนไซม์ชนิดย่อยไขมันจะไม่ย่อยแป้ง
  • การขาดเอนไซม์ส่วนใหญ่เกิดขึ้นเพราะไม่รักษาสุขภาพของตนเอง บางกรณีเกิดจากปัญหากรรมพันธุ์
  • เอนไซม์ที่มีระดับต่ำ ในร่างกายสัมพันธ์กับโรคของความเสื่อมต่างๆ (ถ้าเอนไซม์ต่ำมาก โรคแห่งความเสื่อมก็เกิดขึ้นมากตาม)

เหตุผลที่กินเอนไซม์เสริม | ในระยะแรก วิตามิน และเกลือแร่ เพียง 2 อย่างที่มีการมุ่งให้เป็นอาหารเสริม ใน ค.ศ. 1930 (พ.ศ.2473), Dr.Wolfe ชาวเยอรมันได้ค้นพบประโยชน์และวิธีการใช้เอนไซม์ที่มาจากสัตว์ (Animal Enzyme) และในเวลาไล่เลี่ยกัน Dr. Howell ชาวอเมริกันได้ศึกษาประโยชน์ของเอนไซม์จากพืช ผลการศึกษาและวิจัยของท่านทั้งสอง ปูทางไปสู่การใช้เอนไซม์มาเป็นอาหารเสริมในปัจจุบัน


สภาพเมื่อขาดเอนไซม์ | อาการที่ท่านรู้สึกด้วยตัวเอง (Symptom)ว่าท่านน่าจะขาดเอนไซม์ คือ รู้สึกเหนื่อยหลังจากกินอาหารมื้อหนัก,อ่อนเพลียเป็นประจำ, ท้องผูก ท้องขึ้น ท้องเฟ้อ บางครั้งมีอาการจุกเสียด, ลมแน่นท้อง ผายลมมีกลิ่นเหม็น , อุจจาระจมน้ำ และอุจจาระเหม็นมาก, มีกลิ่นปาก, มีอาการของโรคภูมิแพ้ง่าย บางครั้งถึงขนาดหอบหืด, เวลาเป็นแผลจะหายช้า, น้ำหนักตัวเพิ่มง่าย, อาการที่แพทย์ตรวจพบ (Sign)ว่าท่านกำลังขาดเอนไซม์ คือ ตับอ่อนบวม, เม็ดโลหิตขาวเพิ่มจำนวนมากกว่าปกติหลังกินอาหาร 30 นาที, น้ำลายมีฤทธิ์เป็นกรด (pH ต่ำกว่า 7), ในปัสสาวะมีสารพิษมาก เกิดจากอาหารไม่ย่อยจึงบูดในลำไส้ใหญ่ ร่างกายจะดูดซึมพร้อมกับน้ำเข้าไปในกระแสเลือด ตับและไตจะกรองสารพิษเอาไว้ และจะขับสารพิษนี้ทิ้งออกทางปัสสาวะ, ระดับเอนไซม์ต่ำกว่าปกติในเลือด, ความดันโลหิตอาจสูงขึ้นกว่าปกติเล็กน้อย


บุคคลที่ควรกิน เอนไซม์ | ได้แก่

  • ผู้ต้องการฟื้นฟูสภาพร่างกายให้แข็งแรง
  • ผู้ที่มีภูมิต้านทานอ่อน และมักติดเชื้อง่าย เช่น วัณโรค, โรคภูมิคุ้มกันบกพร่อง เป็นต้น
  • ผู้ป่วยก่อน และหลังผ่าตัด
  • สตรีก่อน และ หลังคลอด
  • ผู้มีประสิทธิภาพตับไม่ดี เหนื่อยง่าย เช่น ตับอักเสบ
  • ผู้มีประสาทอ่อนไม่ปกติ ตกใจง่าย เบื่ออาหาร
  • ผู้มีกระเพาะลำไส้ ไม่ดีแต่กำเนิด ผอมแห้ง แรงน้อย
  • ผู้ที่ทำงานของประสาทไม่เต็มที่ มักสลืมสลือ กระปรกกระเปลี้ย
  • ผู้มีร่างกายแก้ก่อนวัย เจ็บป่วยง่าย
  • ผู้มีอาการติดเชื้อแปลกๆ เจ็บออดๆแอดๆ
  • ผู้มีภาวะเสื่ยงต่อโรคกรรมพันธ์ เช่น เบาหวาน, มะเร็ง, ปัญญาอ่อน, thalassemia เป็นต้น

ธรรมชาติไม่ได้ให้เอนไซม์จนฟุ่มเฟือย | เอนไซม์ที่ผลิตขึ้นในร่างกายแต่ละคนมีจำนวนจำกัด ต้องช่วยตัวเองประหยัดเอนไซม์ให้มีใช้นานที่สุด ถ้าต้องการมีอายุยาวและสุขภาพดีเอนไซม์ที่สำคัญที่สุดคือเมตาบอลิค เอนไซม์ ใช้ซ่อมแซมและสร้างเซลล์ ต้านทานโรค ป้องกันความเสื่อมโทรมแต่กฎธรรมชาติให้ไว้ว่า ถ้าเอนไซม์ใช้ย่อยอาหารไม่เพียงพอร่างกายต้องดึงเมตาบอลิค เอนไซม์ ในเซลล์ต่างๆมาทำงานที่ต่ำชั้นกว่าคือย่อยอาหาร ทำให้“เมตาบอลิค เอนไซม์”หมดเปลืองพลังของชีวิต (Life Force) จึงบกพร่องและไม่เพียงพอ เป็นอันตรายต่อชีวิตได้โดยง่ายถ้าใช้อย่างเดียวหรือใช้ฟุ่มเฟือย เงินในธนาคารก็หมดเร็ว



Dr. Edward Howell ผู้บุกเบิกเรื่องเอนไซม์ รายงานว่า คนทั่วไปเบิกเอนไซม์จาก“ธนาคารเอนไซม์”(Enzyme Bank)ของตนมาใช้ และไม่ค่อยหาฝากคืนอีก ไม่เหมือนเบิกเงินจากธนาคาร เรามักหามาฝากคืน เงินไม่หมดไป เป็นการกระทำที่ฉลาด ถ้าพยายามกักตุนเอนไซม์ที่เราผลิตเองในร่างกายเอาไว้ และหาเอนไซม์จากภายนอกมาใช้แทน การหมดเปลืองจากธนาคารเอนไซม์ก็จะเกิดช้าลง

เอนไซม์คือสมบัติที่มีค่าของชีวิต มีจำกัดใช้อย่างประหยัดการใช้เอนไซม์เสริมช่วยย่อยอาหารเป็นสิ่งจำเป็นเมื่ออายุมากขึ้น เพื่อประหยัดเมตาบอลิค เอนไซม์ได้ถ้าใช้เอนไซม์ในธนาคารเอนไซม์ (Enzyme Bank) อย่างฟุ่มเฟือย ก็ร่อยหรอตั้งแต่ยังหนุ่มสาวแต่ถ้าประหยัดใช้ หาจากแหล่งภายนอกมาใช้แทนเช่น กินเอนไซม์เสริมและกินอาหารสด จะมีเอนไซม์ในธนาคารพอใช้เมื่อแก่ตัวลง ความชราและโรคแห่งความเสื่อม (Degenerative Disease)ทั้งหลายก็ไม่มากล้ำกลาย


ตัวห้ามการทำงานของเอนไซม์ | ได้แก่

  • การกินไข่ขาวดิบๆ จะมีสารชื่อ อไวดิน (Avidin) เป็นตัวห้ามการทำงานของเอนไซม์ (Enzyme inhibitor) โดยจะเข้าไปเบียดและแซงโคเอนไซม์ (Coenzyme) ซึ่งเป็นวิตามินบี (ไบโอติน – Biotin) ทำให้ไม่สามารถจับกับเอนไซม์คู่ของมันได้ตามปกติ ผลก็คือ เกิดขาดวิตามินบีได้ ไข่ขาวดิบๆ จึงไม่ควรกินเป็นประจำ การลวกไข่จะทำให้อไวดินถูกทำลายด้วยความร้อนจึงปลอดภัยในการบริโภค
  • การทำงานหนัก การออกกำลังกายมากเกินไป
  • การออกกำลังกายระบบการเผาผลาญอาหารต้องทำงานเพิ่มขึ้น ถ้าแข่งกีฬาซึ่งต้องเอาแพ้เอาชนะกัน ยิ่งต้องใช้พลังงานสูงมาก ย่อมหมดเปลืองเอนไซม์
  • การออกกำลังกาย การแข่งขันกีฬา หรือทำงานหนัก ทำให้อุณหภูมิร่างกายสูงขึ้น เป็นการเร่งเอนไซม์ให้ทำปฏิกิริยาเคมี เกิดความหมดเปลื้องสูง การผลิตเอนไซม์จึงเพิ่มขึ้นกระทบไปหมด ทั้งตามอวัยวะต่างๆ ทั้งตามกล้ามเนื้อ ทำให้เอนไซม์ที่เคยสะสมไว้ใช้ขาดแคลน (Inadequate) เรื้อรัง จนต้องหามาเสริม(Supplement) จากภายนอกเท่านั้นจึงจะเกิดสมดุล


อนึ่ง นักกีฬามักบาดเจ็บเสมอในการแข่งกีฬาทำให้ร่างกายมีการใช้เอนไซม์เพิ่มขึ้นไปอีก โค้ช (Coach) ชาวต่างประเทศรุ่นใหม่ส่วนใหญ่รู้เรื่องเอนไซม์ดีมาก เพราะจะต้องผ่านการอบรมเวชศาสตร์การกีฬา ซึ่งสอนหนักเรื่องโภชนาการเรื่องน้ำดื่ม และเอนไซม์รวมอยู่ด้วย ถ้าท่านเป็นผู้ฝึกสอนกีฬา ควรจะตระหนักถึงความสำคัญข้อนี้ มิฉะนั้นนักกีฬาจะหมดสภาพความเป็นนักกีฬาเร็วขึ้นทั้งๆ ที่ ยังอายุน้อย ถ้าเป็นแชมป์ก็เสียแชมป์เร็วขึ้น


โลกมนุษย์ในยุคสารเคมีใช้กันอย่างฟุ่มเฟือย หลังจาก ค.ศ.1930 เป็นต้นมา ได้มีการใช้สารเคมีเพื่อการอุตสาหกรรม การปฏิวัติทางการเกษตรกรรม และเร่งผลผลิต เพิ่มมาก ทั้งพืชและสัตว์จึงได้รับสารเคมีต่างๆ เข้ามาสะสมในตัวตั้งแต่ลืมตาดูโลก มนุษย์ได้สารเคมีปนเปื้อนผ่านมาทางวงจรอาหาร ทำให้เอนไซม์ในอาหารและในตัวคนเสื่อมคุณภาพ เกิดการขาดแคลนเอนไซม์ขึ้น พวกเราทุกคนกำลังอยู่ในโลกที่เต็มไปด้วยมลพิษ (Polluted World) เอนไซม์ในร่างกายจึงขาดแคลน ปัญหาจะมีมากถ้าเป็นเด็กเล็กๆ ซึ่งสมองกำลังพัฒนา มนุษย์สมัยใหม่มีรสนิยมในการกินของที่ผ่านการหุงต้ม (Cooked Food) มากกว่าอาหารดิบ (Raw Food) คนส่วนใหญ่พอใจที่จะกินอาหารที่ปรุงแต่ง อาหารที่อาบรังสี อาหารที่ใช้วิธีปิ้ง ย่าง มากกว่าอาหารดิบ เพราะชอบในความปลอดภัยจากเชื้อจุลินทรีย์


การที่เราปิ้งหรือย่างเนื้อสัตว์ทำให้เราสูญเสียเอนไซม์ในอาหาร และยิ่งถ้ามีอายุมากขึ้นเอนไซม์ในตัวเราก็ลดต่ำลง การย่อยโปรตีนจึงมีอุปสรรค ไม่ได้สารอาหารกรดอะมิโน (Amino Acid) ร่างกายจะขาดกรดอะมิโน ซึ่งจะนำมาใช้ในการผลิตเอนไซม์ของร่างกาย ดังนั้นผู้ที่อายุเกิน 40 ปีขึ้นไป การใช้เอนไซม์เสริมจึงจะสร้างความมั่นใจว่าจะไม่ขาดเอนไซม์

คุณสมบัติของเอมไซม์

Bookmark  and Share

เอมไซม์บําบัด


เอมไซม์บําบัด | ศาสตร์แห่งการแพทย์ทางเลือกแห่งอนาคต


เอมไซม์ | คือสารโปรตีน เป็นตัวเร่งการทํางานของระบบต่างๆในสิ่งมีชีวิต ทําให้เซลล์ เนื้อเยื่อ ของเหลว และอวัยวะต่างๆทํางานได้อย่างเป็นปกติ หากร่างกายขาดเอนไซม์หรือปริมาณเอนไซม์ลดลง จะทำให้การทำงานของระบบต่างๆ เช่น การย่อยอาหาร การขับถ่าย การซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ การขจัดสารพิษในร่างกาย ระบบภูมิคุ้มกัน ระบบเลือดในร่างกายไม่ปกติ


หน้าที่ของเอนไซม์ | แบ่งได้ออกเป็น

  • ช่วยย่อยอาหารเพื่อให้ได้สารอาหาร - ช่วยดูดซึมและนำพาสารอาหาร
  • ซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ - ช่วยเผาผลาญพลังงาน(ย่อยสลายไขมัน)
  • ช่วยในการทำงานของระบบภูมิคุ้มกัน - ช่วยป้องกันอาการอักเสบ ติดเชื้อ
  • ขจัดสารพิษในร่างกาย/ช่วยต้านอนุมูลอิสระ
  • ทำให้ฮอร์โมน วิตามิน เกลือแร่และสารอื่นๆ ทำงานตามคุณสมบัติ


!!!!กินไป มาก เท่าไร ก็นำไปใช้ไม่ได้ ถ้า เอนไซม์บกพร่อง!!!!




คุณสมบัติของ เอนไซม์ เหยิน เบิ่น | แบ่งได้ออกเป็น


  • มีเอนไซม์ที่ร่างกายต้องการกว่า 370 ชนิด
  • เอนไซม์ไม่อยู่ในรูปเฉื่อยชา เพียงผสมน้ำอุ่นก็พร้อมทำปฏิกิริยาทันที
  • ทำปฏิกิริยาได้ดีเป็น 3 เท่าที่อุณหภูมิ 80 องศาเซลเซียส ขณะเอนไซม์ทั่วไปจะเสื่อมที่อุณหภูมิ 50 องศาเซลเซียส
  • สามารถเก็บรักษาได้นานเป็นแรมปี
  • มีสารอาหารครบ 5 หมู่
  • สารอาหารจากธรรมชาติ 100% ไม่มีส่วนผสมของสารเคมีใดๆ


เอนไซม์ | ช่วยแก้ปัญหา การทำงานผิดปกติของอวัยวะต่างๆ ในร่างกาย เช่น


  • ระบบหัวใจ / หลอดเลือด เช่น โรคหัวใจ ความดันโลหิต ไขมันในเลือดสูง
  • ระบบทางเดินอาหาร / การขับถ่าย เช่น โรคกระเพาะ โรคลำไส้อักเสบ ริดสีดวงทวาร มะเร็งกระเพาะ / ลำไส้ ท้องผูกอาหารไม่ย่อย โรคนิ่ว ถุงน้ำดีอักเสบ โรคไตอักเสบ / ไตวาย ต่อมลูกหมากโต / มะเร็ง โรคตับ
  • ระบบทางเดินหายใจ / ระบบภูมิคุ้มกัน เช่น โรคไซนัสอักเสบ หลอดลมอักเสบ โรคภูมิแพ้ หอบหืด โรคปอด ไข้หวัดใหญ่ โรคหัดต่างๆ ช่วยขจัดสารพิษ เสริมสร้างภูมิคุ้มกัน
  • ระบบผิวหนัง เช่น กลาก เกลื้อน บำรุงผิวพรรณ สิว ฝ้า รักษาจุดด่างดำ ผิวหนังอักเสบ รักษาแผลสด / น้ำร้อนลวก / ไฟไหม้ / แผลในปาก
  • ระบบกล้ามเนื้อและกระดูก เช่น กล้ามเนื้ออักเสบ โรคอัมพฤกษ์ อัมพาต โปลิโอ ปวดเมื่อยลำตัว / ปวดหลัง โรคเก๊าท์ โรคกระดูกพรุน / กระดูกอักเสบ ไขข้ออักเสบ / รูมาติซึม
  • ระบบต่อมไร้ท่อ เช่น โรคเบาหวาน ต่อมไทรอยต์อักเสบ
  • ระบบสืบพันธุ์ เช่น ความผิดปกติของประจำเดือน รักษาความเสื่อมสมรรถภาพทางเพศ
  • ระบบสารสร้างเม็ดเลือด เช่น โรคโลหิตจาง โรคลูคิเมีย

นอกจากนี้ เอนไซม์ ยังช่วยในการซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ หรือการเสื่อมสภาพของอวัยวะย่อยสลายไขมันส่วนเกินชะลอความชรา




เอนไซม์ | แบ่งเป็น 3 ชนิด


  • เอนไซม์ จากอาหาร พบในอาหารดิบทุกชนิด ถ้าเอนไซม์มาจากพืช เรียกว่า เอนไซม์พืช ถ้าเอนไซม์มาจากสัตว์ เรียกว่า เอนไซม์สัตว์
  • เอนไซม์ย่อยอาหาร เป็นเอนไซม์ที่ผลิตโดยส่วนใหญ่ร่างการผลิตจากตับอ่อน เพื่อใช้ย่อยและดูดซึมอาหารที่กินเข้าไป ทำให้ร่างกายได้รับสารอาหาร ที่มีคุณค่า
  • เอนไซม์ในการเผาผลาญพลังงาน เมตาบอลิค เอนไซม์ เป็นเอนไซม์ที่ผลิตในเซลล์และเนื้อเยื่อต่างๆในร่างกาย ทำหน้าที่เร่งปฏิกิริยาเคมีเพื่อการเผาผลาญสารอาหารและสร้างพลังงาน สร้างภูมิต้านทาน สร้างความเจริญเติบโต ตลอดจนซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอของอวัยวะต่างๆ


หน้าที่ของเอนไซม์ | ชีวิตอยู่ไม่ได้ถ้าขาดเอนไซม์, เอนไซม์ย่อยอาหาร (Food) ให้เป็นสารอาหาร (Nutrient) ขนาดเล็ก เอนไซม์ถูกดูดซึมผ่านลำไส้เข้ากระแสโลหิต ไปสร้างกล้ามเนื้อ ผลิตฮอร์โมน เอนไซม์สร้างระบบภูมิคุ้มกัน เอนไซม์ช่วยป้องกันการอักเสบ และการติดเชื้อ เอนไซม์ขจัดสารพิษของร่างกาย และต่อต้านอนุมูลอิสระ เอนไซม์ทำให้ฮอร์โมน วิตตามิน เกลือแร่และสารอื่นๆ ทำงานตามคุณสมบัติฯลฯ


ติดต่อเรา

Bookmark  and Share

สนใจสินค้าสามารถติดต่อได้ที่




090 464 1453 , 088 887 9419



NTY SALON

41/145 ซอยนวลจันทร์ 56 ถนน นวลจันทร์ แขวงคลองกุ่ม เขต บึงกุ่ม กรุงเทพมหานคร 10230






เอนไซม์บำบัดโรค

Bookmark and Share




ท่านเป็นโรคเหล่านี้หรือไม่

โรคหัวใจ ความดันโลหิต ไขมันในเลือดสูง โรคกระเพาะ โรคลำไส้อักเสบ ริดสีดวง มะเร็ง โรคนิ่ว ถุงน้ำดีอักเสบ ไตวาย ต่อมลูกหมากโตโรคตับ ไซนัสอักเสบ หลอดลมอักเสบ ดรคภูมิแพ้ ไข้หวัดใหญ่ โรคหัด กลาก เกลื้อน สิว ฝ้า ผิวหนังอักเสบ โรคอัมพฤกษ์ อัมพาต โปลิโอ รูมาตอย โรคเก๊าท์ กระดูกพรุน กระดูกอักเสบ ไขข้ออักเสบ โรคเบาหวาน ต่อมไทรอยต์อักเสบ ความผิดปกติประจำเดือน เสื่อมสมรรถภาพทางเพศ โลหิตจาง ลูคิเมีย

ถ้าท่านเป็นโรคเหล่านี้เราสามารถช่วยเหลือท่านได้ ด้วยเอนไซม์บำบัดโรค ที่จะสามารถช่วยให้สุขภาพของท่านดีขึ้น
เอนไซม์ คือ สารโปรตีน เป็นตัวเร่งการทำงานของระบบต่างๆในสิ่งมีชีวิต ทำให้เซลล์เป็นล้านๆเซลล์,เนื้อเยื่อ,ของเหลว,และอวัยวะต่างๆทำงานได้อย่าง ปกติ
เอนไซม์มีประโยชน์อะไร?
น.พ. Edward Howell ซึ่งเป็นผู้บุกเบิกการรักษาโรคด้วยเอนไซม์กล่าวว่าเอนไซม์เกือบทุกตัวประกอบ ด้วยโปรตีน, เกลือแร่ และวิตามิน เอนไซม์เป็นโมเลกุลที่ทำงานเกี่ยวข้องกับการเร่งขบวนการทางเคมีที่จำเป็นใน การทำงานของร่างกาย เอนไซม์จะทำงานร่วมกับวิตามินซึ่งทำหน้าที่เป็น โค-เอนไซม์ และทำงานร่วมกับเกลือแร่ ถ้าร่างกายขาดสารอาหารพวกนี้ก็จะขาดเอนไซม์ไปด้วย เอนไซม์ทำงานคล้ายกับกรรมกรก่อสร้างร่างกาย ถ้าร่างกายมีโปรตีน, ไขมัน และคาร์โบไฮเดรต พร้อมแต่ไม่มีคนก่อสร้างพอก็ไม่สามารถเสริมสร้างร่างกายให้แข็งแรงได้ ถ้าไม่มีเอนไซม์ ก็จะไม่มีการย่อยอาหาร ไม่มีการเจริญเติบโต ไม่มีการแข็งตัวของเลือดเวลาเลือดออก และไม่มีการหายใจ เอนไซม์แต่ละตัวจะทำหน้าที่เฉพาะอย่าง ในภาวะปกติร่างกายสามารถผลิตเอนไซม์หลายพันชนิดตลอดเวลา แต่เวลาเราเจ็บป่วยหรือรับประทานอาหารไม่ครบหมู่ ร่างกายจะขาดวัตถุดิบที่จะนำมาสร้างเอนไซม์บางตัวทันที นั่นคือสาเหตุที่ร่างกายอ่อนแอ, อ่อนเพลีย, ติดเชื้อ, มึนงงวิงเวียน

เอนไซม์แบ่งออกเป็นสองกลุ่มหลักๆ คือ เอนไซม์ย่อยอาหาร และเอนไซม์ระบบทำงานร่างกายเอนไซม์ย่อยอาหารสร้างในร่างกายคนเราประมาณ 22ชนิด ทำหน้าที่ย่อย น้ำตาล, แป้ง, ไขมัน, โปรตีน โดยเริ่มย่อยจากปากไปจนถึงลำไส้ พืชและเนื้อสัตว์ที่เรารับประทานก็มีเอนไซม์ผสมอยู่ ซึ่งเอนไซม์เหล่านี้ก็จะทำงานร่วมกันกับเอนไซม์ที่ร่างกายสร้างขึ้น แต่เนื่องจากเอนไซม์สลายตัวได้ง่ายเมื่อถูกความร้อน อาหารที่เรารับประทานที่ปรุงสุกด้วยความร้อนสูงได้ทำลายเอนไซม์ เมื่อเรารับประทานอาหารเหล่านั้นเป็นประจำร่างกายต้องสร้างเอนไซม์อย่างเต็ม ที่เพื่อรับมือกับอาหารที่เอนไซม์ตายแล้วทำให้กำลังสำรองที่จะไปสร้าง เอนไซม์ระบบทำงานร่างกายมีน้อยลง ตับอ่อนต้องทำงานหนักเพื่อสร้างเอนไซม์มากขึ้น ถ้าตับอ่อนสร้างเอนไซม์ได้น้อยกว่าปริมาณอาหารที่กินเข้าไปอาหารบางส่วนก็จะ ไม่ถูกย่อย และบูดเน่าด้วยเชื้อจุลินทรีย์ในลำไส้ แล้วปล่อยของเสีย(Toxins)เข้าสู่ระบบเลือด ทำให้ตับต้องทำงานหนักในการสลายสารพิษเหล่านั้น ถ้าสารพิษไม่ถูกขจัดออกหมดที่ตับ ร่างกายก็จะขับออกทางผิวหนัง ทำให้เกิดสิวและภูมิแพ้ต่างๆ

คุณสมบัติของเอนไซม์เหยินเปิ่น
- มีเอนไซม์ที่ต้องการกว่า 370 ชนิด
-
เอนไซม์ไม่อยู่ในรูปเฉื่อยชา เพียงผสมน้ำอุ่นก็พร้อมทำปฎิกิริยาทันที
-
ทำปฎิกิริยาได้ดีเป็น 3 เท่าที่อุณหภูมิ 80 องศาเซลเซียส ขณะที่เอนไซม์ทั่วไปจะเสื่อมที่อุณหภูมิ 50 องศา
-
สามารถเก็บรักษาได้นานเป็นแรมปี
-
มีสารอาหารครบ 5 หมู่
-
สารอาหารจากธรรมชาติ 100% ไม่มีส่วนผสมของสารเคมีใดๆ

เสริมสุขภาพด้วยเอมไซม์

Bookmark and Share





090 464 1453 , 088 887 9419

ความมหัศจรรย์ของเอมไซม์

มนุษย์เราจัดเป็นงานสร้างสรรค์ที่มหัศจรรย์มาก แต่ละคนจะมีแบบแผนที่เหมือนกันอย่างหนึ่งซึ่งจะมีผลต่อภาวะสุขภาพ แบบแผนนี้เป็นผลมาจากศักยภาพของเอ็นไซม์ ซึ่งจะมากน้อยต่างกันไปตามโครงสร้างและพันธุกรรมของคนนั้น ๆ

เอมไซม์คืออะไร

เอมไซม์เป็นสารกลุ่มโปรตีนที่ร่างกายได้รับจากการรับประทานอาหารและสร้างขึ้นเอง ซึ่งเอมไซม์เหล่านี้มีอยู่ก่อนที่ร่างกายจะมีปฏิกิริยาใด ๆ เกิดขึ้น แม้กระทั่งวิตามิน แร่ธาตุ หรือฮอร์โมนก็ไม่สามารถทำงานได้หากไม่มีเอ็นไซม์ เอ็นไซม์มีขนาดเล็กมากจนไม่สามารถมองเห็นได้ แม้ใช้กล้องจุลทรรศน์ที่มีกำลังขยายสูงสุดก็ตาม เอ็นไซม์เป็นตัวเร่งปฏิกิริยาซึ่งเป็นพลังแห่งการขับเคลื่อนที่ทำให้ร่างกายเราสามารถทำงานต่าง ๆ ได้และมีสุขภาพดี

แหล่งผลิตเอมไซม์

เอมไซม์ที่ใช้ในขบวนการเผาผลาญพลังงานทั้งหมดจะสร้างขึ้นในร่างกายมีความสำคัญกับทุกขั้นตอนของการย่อยอาหาร อายุที่มากขึ้นและความเครียดมีผลให้การสร้างเอ็นไซม์เหล่านี้ลดลง ส่วนเอมไซม์จากอาหาร เช่น ผัก ผลไม้ จะคงความสามารถในการย่อยอาหารก็ต่อเมื่อยังไม่ผ่านการปรุงให้สุกเท่านั้น

เอมไซม์จากจุลินทรีย์นมเปรี้ยวและยีสต์ที่อยู่ในระบบทางเดินอาหาร ช่วยระบบย่อยอาหารได้ครบถ้วนและยังช่วยเสริมการทำงานของระบบต่อมไร้ท่อ เอ็นไซม์กลุ่มนี้มีประโยชน์ต่อร่างกายมากกว่าเอมไซม์เสริมจากแหล่งอื่น ๆ
Free counter and web stats